ใช้ยุคที่มีโรคระบาดมากมาย หลายรอบมาทำให้คนเราต้องเปลี่ยนวิถีชีวิตจากเดิมชไปอย่างสิ้นเชิง กลายเป็น New Normal ที่ทุกคนรู้จัก แต่ในการเปลี่ยนแปรงการใช้ชีวิตแบบนี้ อาจจะมีภัยร้ายแฝงอยู่ นั่นคือโรคเกี่ยวกับการเข้าสังคม หรือว่า โรคกลัวสังคม นั่นเอง ใครที่กำลังมีปัญหาการเจอกับคนเยอะ ๆ หรือมีปัญหาเมื่อจะต้องไปตามสถานที่ที่มีคนอยู่มากมาย เช่นห้องเรียน ที่ทำงาน หรือแม้กระทั่งกลัวจะต้องทำความรู้จักกับคนใหม่ ๆ อย่างรุนแรง ก็อาจจะเข้าค่ายโรคนี้ได้เหมือนกัน ว่าแต่อาการเป็นยังไง แล้วต้องป้องกัน และรักษาแบบไหน เรารวบรวมมาให้แล้วในบทความ chietangruay.com วันนี้เลย

อาการของ โรคกลัวสังคม

อาการของ โรคกลัวสังคม

โรคกลัวการเข้าสังคม (Social Anxiety Disorder หรือ Social Phobia) เป็นโรคที่เกี่ยวกับความผิดปกติทางจิตใจรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมันก็ส่งผลให้รู้สึกวิตกกังวลหรือกลัว กับการที่จะต้องพบเจอผู้คนใหม่ ๆ หรือว่าต้องเข้าสังคม โดย โรคนี้ อาจไม่เพียงแค่ส่งผลกับสภาวะทางจิตใจเท่านั้น แต่ยังมีผลกับการใช้ชีวิตประจำวันของคนไข้ได้เลย ซึ่งอาการการกลัวการเข้าสังคม อาจจะกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่กรณีแค่มีความกังวล และไม่กล้าเข้าสังคมอย่างเดียวอาจจะไม่นับว่าเป็นโรคกลัวเข้าสังคม แต่ถ้ามีอาการทางร่างกาย และมีความวิตกกังวลรุนแรง ก็ถือว่าเข้าข่ายได้เหมือนกัน โดยอาการของโรคนี้ ก็จะมีดังนี้เลย

  • อาการทางร่างกาย โดยจะมีอาการ หน้าแดง, เหงื่อออกมาก, รู้สึกมวนท้อง คลื่นไส้, ตัวสั่น, หายใจไม่ทัน, เวียนศีรษะ หน้ามืด, พูดติดขัด คิดอะไรไม่ออก, หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ, กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง

ผลกระทบจากการเป็น โรคกลัวสังคม

นอกจากอาการทางอารมณ์ จะส่งผลถึงการแสดงออกทางด้านร่างกายอย่างที่เราได้บอกไปในหัวข้อก่อนหน้านี้ โรคนี้ยังสามารถทำให้เกิดพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป และสิ่งที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการเหล่านั้นก็คือ วิตกกังวลอย่างรุนแรงเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ทางสังคม, กังวลว่าจะเกิดความผิดพลาดซ้ำเหมือนในอดีต, มีวามกังวลในเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น, กังวลว่าตนเองจะทำเรื่องน่าอายต่อหน้าผู้อื่น, กลัวการตัดสินจากผู้อื่น, กังวลว่าผู้อื่นจะสังเกตเห็นความเครียดหรือความกังวลของตนเอง, พึ่งพาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ทางสังคม, หลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานการณ์ทางสังคม, พยายามไม่เป็นจุดสนใจ, ขาดเรียนหรือขาดงาน เป็นต้น

สาเหตุที่ทำให้เป็น โรคกลัวสังคม

สาเหตุของการเกิดโรคนี้ อาจคล้ายกับภาวะความผิดปกติทางจิตใจอื่น ๆ โดยจะมีหลายปัจุยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายทอดทางพันธุกรรม, ความผิดปกติของโครงสร้างของสมองส่วนอะมิกดาลา (Amygdala) หรือว่า สภาพแวดล้อมและการเลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังเด็ก ทั้งนี้ยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจกระตุ้นให้เกิดโรคกลัวสังคม ไม่ว่าจะเป็น ความกดดันจากการทำงานหรือการเข้าสังคมใหม่ เก็บตัวหรือแยกตัวออกจากผู้อื่น รวมถึงความผิดปกติทางร่างกาย เป็นต้น

แนวทางการป้องกัน และรักษา

 แนวทางการป้องกัน และรักษา

คุณจะสามารถป้องกัน และรักษาโรคนี้ได้ด้วยทั้ง การดูแลตนเองด้วยการปรับพฤติกรรม จิตบำบัด (Psychotherapy) ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย จัดการกับอารมณ์ตัวเองด้วยวิธีที่เหมาะสม การพักผ่อนอย่างเพียงพอ หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือจะเป็นการกินอาหารที่ดี มีสารอาหารครบถ้วน และการใช้ยารักษาโรค มีหลายชนิดที่มักจะใช้กัน ทั้ง กลุ่มยาต้านเศร้าเอสเอสอาร์ไอ (SSRIs) อย่างยาพาร็อกซีทีน (Paroxetine) หรือยาเซอร์ทราลีน (Sertraline) หรือยารักษาโรคซึมเศร้ากลุ่มเอสเอ็นอาร์ไอ (SNRIs) อย่างยาเวนลาฟาซีน (Venlafaxine) และวิธีสุดท้ายคือการบำบัด ด้วยการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavior Therapy) โดยพูดคุยกับนักจิตบำบัด การบำบัดด้วยการจำลองโลกเสมือนจริง (Exposure Therapy) การบำบัดด้วยวิธีกลุ่ม (Group Therapy) นั่นเอง

ดูแลตัวเองให้ห่างจาก โรคกลัวสังคม

อย่างที่เราได้แนะนำไป การเกิดโรคนี้อาจจะมีสาเหตุหลายหลายรูปแบบ และเนื่องด้วยทุกวันนี้ วิถีชีวิตของคนอาจจะต้องอยู่คนเดียวมากขึ้น ต้องเจอกับสิ่งแวดล้อมที่ไม่ได้อยู่ตลอดเวลา หรือหนักกว่านั้นคือคนรอบข้างอาจจะไม่ได้มีการส่งเสริมสุขถาพจิตที่ดีได้ ดังนั้น สิ่งแรกที่คุณจะสามารถทำได้คือการดูแลสภาพจิตใจ และดูแลสุขภาพ ของตัวเองให้แข็งแรงเสมอ ปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตใหดีขึ้น และปรับความคิดให้ไปในทางบวกไว้ ก็น่าจะช่วยให้คุณไม่ต้องตดเป็นผู้ป่วยโรคกลัวสังคม ได้ในระดับหนึ่งแล้ว