การแข่งขันกีฬานั้นมีหลากหลายรูปแบบ และหลากหลายรายการ สำหรับรายการที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และมีคนให้ความสนใจในระดับโลกก็คงจะหนีไม่พ้น กีฬาโอลิมปิก การแข่งขันที่นักกีฬาหลาย ๆ คนต่างเฝ้ารอ ล้วนเป็นเป้าหมายในชีวิตของเหล่านักกีฬาที่อยากจะเอาชนะในโอลิมปิก การจัดโอลิมปิกนั้นมีมาอย่างยาวนาน และได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นทุกปี หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมถึงมีการจัดกีฬาโอลิมปิกขึ้นมา ประวัติความเป็นมาของกีฬาโอลิมปิก ฉบับย่อเข้าใจง่าย ที่หลาย ๆ คนอาจจะสนใจเรื่องราวการจัดตั้งกีฬาโอลิมปิกครั้งแรก และความหมายต่าง ๆ ที่แฝงไว้ในโอลิมปิก

ประวัติความเป็นมาของกีฬาโอลิมปิก ฉบับย่อเข้าใจง่าย

ประวัติ กีฬาโอลิมปิก

การแข่งขันกีฬาระดับโลก ที่ทุกประเทศทั่วโลกต่างรอคอย คือ กีฬาโอลิมปิกเกม (Olympic Games) เป็นการแข่งขันกีฬาที่ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา ผู้จัดงาน หรือประชาชนทั่วไปต่างเฝ้ารอดูความยิ่งใหญ่ และชัยชนะของประเทศตัวเอง โอลิมปิก เป็นการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศที่สำคัญ มีทั้งกีฬาฤดูร้อนและฤดูหนาว โดยมีนักกีฬากว่าพันคนเข้าร่วมการแข่งขันในหลายชนิดกีฬา กีฬาโอลิมปิกถูกมองว่าเป็นการแข่งขันกีฬาที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีประเทศเข้าร่วมแข่งขันกว่า 200 ประเทศ ปัจจุบัน กีฬาโอลิมปิกจัดขึ้นทุก ๆ 4 ปี โดยผลัดกันระหว่างโอลิมปิกฤดูร้อนกับโอลิมปิกฤดูหนาวห่างกันทุก 2 ปี เป็นกีฬาระดับโลกที่ทุกประเทศต่างให้ความสนใจมาก ๆ

การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เป็นการแข่งขันที่มีมายาวนานมาก ได้รับความนิยมมาจากทั้งในอดีตและในปัจจุบันที่กลายเป็นโอลิมปิกสมัยใหม่ โดยการแข่งขันโอลิมปิกนั้น มีที่มาที่น่าสนใจอย่างมาก เป็นกีฬาโบราณที่เริ่มจากการแข่งขันรายการเกมกีฬาเล็ก ๆ จนขยายรายการเกมกีฬาต่าง ๆ ให้มากขึ้น โอลิมปิก นั้น ได้รับแรงบันดาลใจจากกีฬาโอลิมปิกโบราณที่เคยจัดขึ้นในโอลิมเปีย กรีซ จากในระหว่างศตวรรษที่ 8 ก่อนคริสตกาลจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 4 โดย บารอน ปีแยร์ เดอ กูแบร์แต็ง ชาวฝรั่งเศส เป็นผู้ก่อตั้งคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ใน พ.ศ. 2437 จนนำไปสู่การจัดโอลิมปิกสมัยใหม่ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2439 ณ กรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ นับแต่นั้นมาไอโอซีกลายเป็นองค์การที่ดูแลกระบวนการโอลิมปิกโดยมีกฎบัตรโอลิมปิกนิยามโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

ต่อมาช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 และ 21ก็ได้ริเริ่มโอลิมปิกฤดูหนาวเพื่อแข่งขันกีฬาน้ำแข็งและฤดูหนาว กีฬาพาราลิมปิกเพื่อนักกีฬาที่มีความพิการทางร่างกาย และกีฬาโอลิมปิกเยาวชนเพื่อนักกีฬาวัยรุ่นขึ้น ต่อมาทางคณะกรรมการผู้ริเริ่ม ได้ลงมติว่า ให้ทำการเปิดการแข่งขันโอลิมปิกปัจจุบันขึ้น โดยกำหนด 4 ปีต่อ 1 ครั้ง โดยให้ประเทศสมาชิกหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพ แต่การเปิดแข่งขันครั้งแรกให้เริ่ม ณ กรุงเอเธนส์ ใน พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896) เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการกำเนิดกีฬาโอลิมปิกเมื่อครั้งโบราณ และได้พัฒนาต่อเนื่องมาจนถึงเป็นกีฬาโอลิมปิกในปัจจุบัน

ประวัติความเป็นมาของกีฬาโอลิมปิก ฉบับย่อเข้าใจง่าย - ประวัติ กีฬาโอลิมปิก

การจัดตั้งเจ้าภาพ

การจัดกีฬาโอลิมปิกนั้น จะจัด 4 ปี 1 ครั้ง เจ้าภาพของโอลิมปิกแต่ละปี จะเป็นประเทศที่ได้รับเลือก เรียกได้ว่าเป็นความภาคภูมิใจของเหล่านักกีฬา และผู้จัดงานทุกคนมาก ๆ หากประเทศได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการจัดโอลิมปิก โดยการกำหนดว่าประเทศใดจะได้เป็นเจ้าภาพในครั้งต่อไปนั้น จะกระทำขึ้น ณ สถานที่ที่การแข่งขันครั้งล่าสุดดำเนินอยู่นั้นเอง คณะกรรมการโอลิมปิกสากลจะพิจารณาบรรดาประเทศสมาชิกที่เสนอขอจัด และมีอำนาจเด็ดขาดที่จะลงมติให้ประเทศใดเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการ ในวันพิธีเปิดการแข่งขันครั้งล่าสุดนั้น ประเทศที่ได้รับเลือกก็จะต้องเป็นผู้จัดงานในการแข่งขันครั้งต่อไป ซึ่งถือเป็นเกียรติและเป็นความภาคภูมิใจของคนในประเทศนั้นมาก ๆ

สมาชิก

ดังที่ทุกคนทราบกันดีว่า กีฬาโอลิมปิก นั้น เป็นกีฬาที่จัดขึ้นระดับโลก ในอดีตนั้นก็มีผู้เข้าร่วมจำนวนหนึ่ง แต่ในปัจจุบันมีหลาย ๆ ประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกอยู่จำนวน 197 ประเทศ ซึ่งอาจจะมีประเทศขนาดเล็กที่ไม่ได้เข้าร่วมบ้าง เนื่องจากขาดความพร้อมในเรื่องตัวนักกีฬา และทรัพยากรอื่น ๆ บารอน ปิแอร์เดอ ดูเบอร์แตง ได้ให้นิยามการเข้าร่วมการแข่งขันโอลิมปิกว่า ผู้เข้าร่วมการแข่งขันนั้นไม่เลือกผิวพรรณ ศาสนา ลัทธิการปกครอง แต่อย่างใด

ความหมายการแข่งขันเพื่อให้นักกีฬาชาติต่าง ๆ ได้มาร่วมชุมนุมกัน ตัวนักกีฬาเปรียบเสมือนทูตสันถวไมตรีส่งมาเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ ร่วมเล่นสนุกสนานด้วยความเห็นอกเห็นใจ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ตลอดทั้งสร้างความเข้าใจอันดีต่อกัน อันนำมาซึ่งความสามัคคีและเพื่อสันติภาพของโลก การแพ้หรือชนะไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การเข้าร่วม” การได้มาเข้าร่วมกีฬาโอลิมปิกก็เหมือนกับการทีประเทศในทั่วโลกได้มาพบปะพูดคุยกัน โดยใช้สนามโอลิมปิกเป็นสถานที่แลกเปลี่ยนความคิด และผู้มิตรไมตรี

คบเพลิงโอลิมปิก

หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า ทำไมโอลิมปิกจะต้องจุด คบเพลิง ทุกครั้ง ในการแข่งขันโอลิมปิกโบราณนั้น ยังมีความเชื่อในเรื่องของเทพเจ้า เทพปกรณัมกันอยู่มาก ซึ่งการเฉลิมฉลองเมื่อมีการจัดงานรื่นเริงน่ายินดี คือ การจุดคบเพลิง ทำให้เมื่อมีการแข่งขันโอลิมปิกก็จะมีการจุดไฟกองใหญ่ขึ้นบนยอดเขาโอลิมปัส เพื่อให้ความสว่างไสว และเพื่อเป็นสัญญาณประกาศให้คนทั่วไปได้ทราบว่า การเฉลิมฉลองได้เริ่มขึ้นแล้ว พิธีการจุดไฟนั้น ซึ่งในโอลิมปิกในปัจจุบัน ยังคงรักษาประเพณีเรื่องการจุดไฟไว้ดังเดิม

โดยก่อนจะมีการแข่งขันจะมีพิธีจุดไฟ ณ เขาโอลิมปัส ไฟนี้จะถูกแจกจ่ายไปยังประเทศสมาชิกทั่วโลก ข้ามน้ำข้ามทะเลไปสู่ประเทศเจ้าภาพ และมีการวิ่งถือคบเพลิงส่งต่อกันไปจุดที่กระถางใหญ่บริเวณงานในวันแรกของพิธีเปิดการแข่งขัน ไฟจะต้องไม่ดับตั้งแต่เริ่มจุด ณ ภูเขาโอลิมปัส จนกว่าจะสิ้นสุดการแข่งขันโอลิมปิกในครั้งนั้น ๆ การจุดคบเพลิงนั้นมีความหมายแฝงที่ดีมาก และในปัจจุบันหลาย ๆ ประเทศก็ได้สร้างสรรค์วิธีการจุดคบเพลิงเพื่อความแปลกใหม่ ตื่นตาตื่นใจ และความสวยงามกันอยู่เสมอ

ประวัติโอลิมปิก - คบเพลิงโอลิมปิก

สัญลักษณ์โอลิมปิก

สัญลักษณ์ของโอลิมปิกที่หลาย ๆ คนเคยเห็นนั้น จะมีรูปร่างเป็นห่วง 5 สีที่คล้องกันอยู่ เพื่อแทนความหมายต่าง ๆ โดยธงโอลิมปิก ก็จะเป็นธงเฉพาะที่ไม่ได้แสดงถึงประเทศไหนประเทศหนึ่ง ซึ่งสัญลักษณ์ต่าง ๆ ในธงโอลิมปิกนั้นก็ได้แฝงความมหายเอาไว้ ธงโอลิมปิกนั้น มีผืนธงเป็นสีขาว มีสีฟ้า สีเหลือง สีดำ สีเขียว สีแดง คล้องไขว้กันอยู่ตรงกลางสองแถว แถวบน 3 ห่วง แถวล่าง 2 ห่วง ห่วงสีที่คล้องกันอยู่ตรงกลางธงบนพื้นธงสีขาว รวมเป็น 6 สี โดยแท้จริงแล้ว ห้าห่วงหมายถึง ห้าส่วนของโลกที่อยู่ในโอบอ้อมของ “โอลิมปิกนิยม” ส่วนสีทั้งหมด 6 สี รวมทั้งสีขาวที่เป็นพื้นธง หมายความว่า ธงชาติของประเทศต่าง ๆ ในโลกประกอบด้วยสีใดสีหนึ่ง หรือมากกว่านั้นในจำนวนหกสีนั้น และไม่มีธงชาติของประเทศใดที่มีสีนอกเหนือไปจากหกสีนี้ จึงเป็นธงที่หมายถึงการรวมประเทศทุกประเทศบนโลกมาไว้ด้วยกัน

ประวัติโอลิมปิก - สัญลักษณ์โอลิมปิก

โอลิมปิก เป็นการจัดการแข่งขันกีฬาที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เมือ่ถึงฤดูโอลิมปิก แต่ละประเทศก็จะมีความครึกครื้นมากขึ้น เพราะต่างมาเชียร์ประเทศของตัวเองในการแข่งขัน นอกจากการแสดงความสามารถในการแข่งขันกีฬาแล้ว โอลิมปิกยังแสดงถึงวัฒนธรรมหรือแสดงออกถึงความเป็นชาติของประเทศที่จัดงานอีกด้วย ประวัติความเป็นมาของกีฬาโอลิมปิก ฉบับย่อเข้าใจง่าย เป็นเรื่องราวที่น่าประทับใจในการจัดงานโอลิมปิก และต้นกำเนิดของโอลิมปิกที่ใครหลาย ๆ คนอยากรู้

โอลิมปิกนั้นบรรจุกีฬาหลากหลายประเภทเข้าไปในการขัน ทั้งกีฬาทางน้ำ กรีฑา และอีกหลายประเภท หลาย ๆ กีฬาก็ได้รับความนิยมอย่างมาก เช่น ฟุตบอล ที่เป็นที่จับตามองทุกครั้งที่มีการแข่งขัน และมีการแข่งขันคัดเลือกที่ดุเดือดมาก ซึ่งกีฬาฟุตบอลเป็นกีฬาที่มีคนเล่นกันระดับสากล ได้รับความนิยมอย่างมาก นอกจากจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ฟุตบอลก็ยังมี ประโยชน์ของกีฬาฟุตบอล 5 ข้อ ที่เหล่าผู้เล่นต้องรู้ เป็นกีฬาที่สามารถเล่นได้ทั้งแข่งขัน และใช้ออกกำลังกายได้ดี

กีฬาที่ได้รับความสนใจอย่างมากในการแข่งขันโอลิมปิกนั้น โดยเฉพาะกับเหล่าคนไทยนั่นก็คือ มวย ซึ่งมวยที่ใช้แข่งนั้นจะเป็นมวยสากลที่นิยมเล่นกันทั่วโลก กีฬามวยก็ได้รับความนิยมในไทยมากเช่นกัน มีการจัดการแข่งขันอยู่บ่อยครั้ว และมีนักกีฬาที่มีฝีมือมากมาย 7 อันดับสุดยอดนักชกมวยไทยดาวรุ่งที่น่าจับตามองในยุคนี้ เป็นนักมวยของไทยที่มีความสามารถมาก สามารถไปคว้ารางวัลในหลาย ๆ เวทีได้